อกรรมกริยา ซึ่งเป็นคำกริยาที่มีความหมายสมบูรณ์ในตัวเองโดยไม่ต้องมีกรรมมารับ
อกรรมกริยา คืออะไร: หลักการและตัวอย่างสำหรับผู้เรียนภาษาไทย

ในบทเรียนเรื่องชนิดของคำกริยา หัวข้อหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งคือ "อกรรมกริยา" ซึ่งเป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจโครงสร้างประโยคในภาษาไทย วันนี้ผมจะอธิบายอย่างละเอียดว่าอกรรมกริยาคืออะไร มีลักษณะอย่างไร และจะจำแนกออกจากกริยาชนิดอื่น ๆ ได้อย่างไร

เจาะลึกความหมายของ "อกรรมกริยา"

อกรรมกริยา (อ่านว่า อะ-กำ-มะ-กริ-ยา) คือ คำกริยาที่มีใจความสมบูรณ์ในตัวเอง โดยไม่ต้องมีกรรม (Object) มารองรับ ก็สามารถสื่อความหมายได้ครบถ้วน ทำให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านเข้าใจได้ทันทีว่าประธานของประโยคได้กระทำอาการอะไร

โครงสร้างพื้นฐานของประโยคที่ใช้อกรรมกริยาคือ:

ประธาน (Subject) + อกรรมกริยา (Intransitive Verb)

เมื่อเห็นโครงสร้างนี้แล้ว ประโยคจะมีความหมายสมบูรณ์ทันที เช่น เมื่อเราพูดว่า "นกบิน" เราเข้าใจการกระทำนั้นโดยไม่ต้องถามต่อว่า "บินอะไร?"

ตัวอย่างอกรรมกริยาที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ลองดูตัวอย่างคำอกรรมกริยาและประโยคต่อไปนี้

  • เดิน: น้องเดินไปโรงเรียน
  • วิ่ง: เขาวิ่งทุกเช้า
  • นอน: คุณพ่อนอนอยู่บนโซฟา
  • นั่ง: นักเรียนนั่งในห้องเรียน
  • ยิ้ม: เธอยิ้มอย่างมีความสุข
  • หัวเราะ: พวกเขาหัวเราะเสียงดัง
  • ร้องไห้: เด็กคนนั้นร้องไห้
  • บิน: นกฝูงใหญ่บินผ่านไป
  • ตก: ฝนตกหนักมาก
  • เกิด: อุบัติเหตุเกิดขึ้นบนถนน
  • ดับ: ไฟฟ้าดับกะทันหัน

ข้อแตกต่างที่สำคัญ: อกรรมกริยา vs. สกรรมกริยา

วิธีที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจอกรรมกริยา คือการเปรียบเทียบกับ สกรรมกริยา (Transitive Verb) ซึ่งเป็นกริยาที่ต้องการกรรมมารับเสมอ ความแตกต่างที่สำคัญมีดังนี้

อกรรมกริยา (Intransitive Verb)

  • ความหมาย: สมบูรณ์ในตัวเอง
  • กรรม: ไม่ต้องการกรรม
  • โครงสร้าง: ประธาน + กริยา
  • ตัวอย่าง: เด็กนอนหลับ (ประโยคสมบูรณ์)

สกรรมกริยา (Transitive Verb)

  • ความหมาย: ไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
  • กรรม: ต้องการกรรมเสมอ
  • โครงสร้าง: ประธาน + กริยา + กรรม
  • ตัวอย่าง: เด็กอ่าน... (ไม่สมบูรณ์ ต้องถามว่า "อ่านอะไร?") → เด็กอ่านหนังสือ (สมบูรณ์เมื่อมีกรรม)

ข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับอกรรมกริยา

แม้ว่าอกรรมกริยาจะไม่ต้องการกรรม แต่ประโยคสามารถมีส่วนขยาย (Adverb หรือ Adverbial Phrase) มาต่อท้ายได้ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกริยานั้น ๆ เช่น บอกลักษณะอาการ สถานที่ หรือเวลา ส่วนขยายเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกรรม

  • เขาวิ่ง → เขาวิ่งอย่างรวดเร็ว (อย่างรวดเร็ว เป็นส่วนขยาย บอกลักษณะอาการ ไม่ใช่กรรม)
  • นกบิน → นกบินบนท้องฟ้า (บนท้องฟ้า เป็นส่วนขยาย บอกสถานที่ ไม่ใช่กรรม)
  • ฝนตก → ฝนตกเมื่อวานนี้ (เมื่อวานนี้ เป็นส่วนขยาย บอกเวลา ไม่ใช่กรรม)

โดยสรุป อกรรมกริยาเป็นคำกริยาที่สามารถอยู่ตามลำพังกับประธานและทำให้ประโยคมีความหมายสมบูรณ์ การจดจำและแยกแยะอกรรมกริยาได้อย่างแม่นยำ จะช่วยให้การวิเคราะห์โครงสร้างประโยคภาษาไทยเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นอย่างมากครับ

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคำกริยาใดเป็นอกรรมกริยา?
ตอบ: วิธีทดสอบที่ง่ายที่สุดคือ ลองแต่งประโยคให้มีเพียง "ประธาน + กริยา" แล้วดูว่าประโยคนั้นสื่อความหมายรู้เรื่องหรือไม่ หากฟังแล้วเข้าใจได้โดยไม่ต้องถามว่า "ทำอะไร?" หรือ "ทำต่อใคร?" แสดงว่ากริยานั้นเป็นอกรรมกริยา เช่น "เขายืน" เป็นประโยคที่เข้าใจได้
ถาม: ประโยคที่มีอกรรมกริยาสามารถมีคำอื่นมาต่อท้ายได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ครับ แต่คำที่มาต่อท้ายนั้นไม่ใช่ "กรรม" แต่เป็น "ส่วนขยาย" ซึ่งทำหน้าที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ขยายว่าทำที่ไหน (สถานที่), ทำเมื่อไหร่ (เวลา), หรือทำอย่างไร (ลักษณะอาการ) เช่น เขาเดิน "ในสวน" หรือ เขาเดิน "อย่างช้า ๆ"
ถาม: คำกริยาหนึ่งคำ เป็นได้แค่อกรรมกริยาอย่างเดียวใช่หรือไม่?
ตอบ: ไม่ใช่เสมอไป คำกริยาบางคำสามารถเป็นได้ทั้งอกรรมกริยาและสกรรมกริยา ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค เช่น คำว่า "เปิด" ในประโยค "ประตูเปิด" ทำหน้าที่เป็นอกรรมกริยา แต่ในประโยค "เขาเปิดประตู" จะทำหน้าที่เป็นสกรรมกริยาซึ่งมี "ประตู" เป็นกรรม
ชอบเนื้อหาชุดนี้ กดให้คะแนน 5 ดาวกับเราได้เลยจ้า