อินโฟกราฟิกอธิบายว่า Verb Form คืออะไร แสดงการแตกแขนงของคำกริยาออกเป็น 5 รูปแบบพื้นฐานในไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ
Verb Form คืออะไร: เจาะลึกพื้นฐานไวยากรณ์อังกฤษที่สำคัญที่สุด

ในการเรียนภาษาอังกฤษ ไวยากรณ์ (Grammar) ถือเป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยให้เราสื่อสารได้อย่างถูกต้อง และหัวใจของไวยากรณ์ก็คือ คำกริยา (Verb) ซึ่งทำหน้าที่แสดงการกระทำหรือสภาวะของประธานในประโยค แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า ทำไมคำกริยาคำเดียวกัน เช่น 'go' ถึงปรากฏในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ทั้ง 'goes', 'went', 'gone' หรือ 'going' รูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้เรียกว่า Verb Form (รูปของคำกริยา) ครับ

ความเข้าใจในเรื่อง Verb Form เป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขประตูไปสู่ความเข้าใจในเรื่อง Tenses (กาล) และโครงสร้างประโยคที่ซับซ้อนอื่น ๆ ทั้งหมด ในบทความนี้ ผมจะอธิบายทุกแง่มุมของ Verb Form อย่างละเอียด เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่แข็งแกร่งและสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้อย่างมั่นใจครับ

นิยามของ Verb Form (รูปของคำกริยา)

Verb Form คือ รูปแบบของคำกริยาที่ถูกผัน (conjugate) หรือเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยทางไวยากรณ์ต่าง ๆ โดยปัจจัยหลักที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปของคำกริยา ได้แก่:

  • Tense (กาล): เพื่อระบุว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นใน อดีต, ปัจจุบัน, หรืออนาคต
  • Person and Number (บุรุษและพจน์): เพื่อให้สอดคล้องกับประธานของประโยค (เช่น ประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3)
  • Voice (วาจก): เพื่อระบุว่าประธานเป็นผู้กระทำ (Active Voice) หรือผู้ถูกกระทำ (Passive Voice)

โดยทั่วไปแล้ว Verb Form ที่นักเรียนทุกคนจำเป็นต้องรู้จักและเข้าใจ มีอยู่ 5 รูปแบบหลัก ๆ ดังนี้ครับ

  1. Base Form (V1) - รูปพื้นฐาน (กริยาช่องที่ 1)
  2. Past Simple (V2) - รูปอดีต (กริยาช่องที่ 2)
  3. Past Participle (V3) - รูปที่สมบูรณ์ (กริยาช่องที่ 3)
  4. Present Participle / Gerund (V4) - รูปที่กำลังกระทำ หรือการทำ (V-ing)
  5. Third-Person Singular Present (V5) - รูปที่ใช้กับประธานเอกพจน์ (V-s/es)

เรามาดูรายละเอียดของแต่ละรูปแบบกันเลยครับ

เจาะลึก Verb Forms ทั้ง 5 รูปแบบ พร้อมตัวอย่าง

1. Base Form (V1) - กริยารูปพื้นฐาน

Base Form หรือที่นักเรียนคุ้นเคยกันในชื่อ กริยาช่องที่ 1 คือรูปดั้งเดิมของคำกริยาที่ยังไม่ผ่านการเติมหรือเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น ถือเป็นรูปพื้นฐานที่สุดที่เราจะพบในพจนานุกรม

หลักการใช้งาน:

  • ใช้ใน Present Simple Tense เมื่อประธานไม่ใช่เอกพจน์บุรุษที่ 3 (I, You, We, They, a boy and a girl)
    • I eat rice every day. (ผมกินข้าวทุกวัน)
    • They play basketball together. (พวกเขาเล่นบาสเกตบอลด้วยกัน)
  • ใช้ตามหลังกริยาช่วย (Modal Verbs / Auxiliary Verbs) เช่น will, can, must, should, do, does, did
    • She can speak three languages. (เธอสามารถพูดได้สามภาษา)
    • You must finish your work. (คุณต้องทำงานของคุณให้เสร็จ)
    • He did not come to the party. (เขาไม่ได้มางานเลี้ยง)
  • ใช้ในประโยคคำสั่ง (Imperative sentences)
    • Be quiet! (เงียบ ๆ!)

2. Past Simple (V2) - กริยารูปอดีต

Past Simple หรือ กริยาช่องที่ 2 คือรูปของคำกริยาที่ใช้เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอดีตอย่างสมบูรณ์ โดยใช้ในโครงสร้าง Past Simple Tense ได้กับประธานทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ การสร้าง V2 นั้นแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

  • Regular Verbs (กริยาปกติ): ผันโดยการเติม -ed หรือ -d ที่ท้ายคำกริยา เช่น work → worked, live → lived, stop → stopped.
  • Irregular Verbs (กริยาอปกติ): ผันโดยการเปลี่ยนรูปไปจากเดิม ซึ่งไม่มีกฎตายตัวและต้องอาศัยการจดจำ เช่น go → went, see → saw, bring → brought.

ตัวอย่างประโยค:

  • He visited his parents last month. (เขาไปเยี่ยมพ่อแม่ของเขาเมื่อเดือนที่แล้ว)
  • We bought a new car yesterday. (พวกเราซื้อรถคันใหม่เมื่อวานนี้)
  • The story began a long time ago. (เรื่องราวนั้นเริ่มต้นเมื่อนานมาแล้ว)

การจดจำ Irregular Verbs เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง นักเรียนสามารถศึกษาและท่องจำคำศัพท์เพิ่มเติมได้จากรายการที่ผมได้รวบรวมไว้ให้ครับ

3. Past Participle (V3) - กริยารูปสมบูรณ์

Past Participle หรือ กริยาช่องที่ 3 เป็นรูปแบบที่มีความสำคัญและถูกนำไปใช้ในโครงสร้างไวยากรณ์ระดับสูง สำหรับ Regular Verbs รูปของ V3 จะเหมือนกับ V2 (เติม -ed) แต่สำหรับ Irregular Verbs รูปของ V3 มักจะแตกต่างออกไป (เช่น eat, ate, eaten) และต้องอาศัยการจดจำ

V3 จะไม่ถูกใช้ตามลำพัง แต่จะใช้ร่วมกับกริยาช่วย (Auxiliary Verb) เสมอ ใน 2 กรณีหลักคือ:

  1. ใช้ใน Perfect Tenses (have/has/had + V3): เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ที่สมบูรณ์แล้ว หรือส่งผลมาถึงอีกช่วงเวลาหนึ่ง
    • She has finished her homework. (เธอทำการบ้านเสร็จแล้ว)
    • I had already eaten when you called. (ผมกินข้าวแล้วตอนที่คุณโทรมา)
    • They will have built the bridge by next year. (พวกเขาจะสร้างสะพานเสร็จภายในปีหน้า)
  2. ใช้ใน Passive Voice (be + V3): เพื่อสร้างประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ
    • This book was written by a famous author. (หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนโดยนักเขียนชื่อดัง)
    • The windows are cleaned every week. (หน้าต่างถูกทำความสะอาดทุกสัปดาห์)

นอกจากนี้ V3 ยังสามารถทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) เพื่อขยายคำนามได้ด้วย เช่น a broken heart (หัวใจที่แตกสลาย), frozen food (อาหารแช่แข็ง)

4. Present Participle / Gerund (V4) - รูป V-ing

รูปแบบของกริยาที่เติม -ing ต่อท้ายนั้น สามารถทำหน้าที่ในประโยคได้ 2 อย่างหลัก ๆ ทำให้มีชื่อเรียกต่างกันไป แต่ยังคงมีรูปเหมือนกัน คือ Base Form + ing

  • Present Participle (ใช้เป็นส่วนหนึ่งของกริยา): ใช้ร่วมกับ Verb to be (is, am, are, was, were) ในโครงสร้าง Continuous Tenses เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่
    • The students are studying in the library. (นักเรียนกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุด)
    • He was sleeping when the phone rang. (เขากำลังนอนหลับอยู่ตอนที่โทรศัพท์ดัง)

    Present Participle ยังสามารถทำหน้าที่เป็น Adjective ได้เช่นกัน เช่น the running man (ผู้ชายที่กำลังวิ่ง), a surprising result (ผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ)

  • Gerund (กริยานาม): คือการนำคำกริยามาเติม -ing เพื่อให้ทำหน้าที่เหมือน "คำนาม" สามารถเป็นได้ทั้งประธานและกรรมของประโยค
    • Swimming is a good exercise. (การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี) - (ทำหน้าที่เป็นประธาน)
    • My hobby is collecting stamps. (งานอดิเรกของผมคือการสะสมแสตมป์) - (ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็ม)
    • I stopped smoking last year. (ผมเลิกสูบบุหรี่เมื่อปีที่แล้ว) - (ทำหน้าที่เป็นกรรม)

5. Third-Person Singular Present (V5) - รูป V-s/es

รูปแบบสุดท้ายนี้เป็นกรณีพิเศษของ Present Simple Tense โดยจะใช้เมื่อประธานของประโยคเป็น เอกพจน์บุรุษที่ 3 เท่านั้น ซึ่งได้แก่ He, She, It หรือคำนามที่เป็นชื่อเฉพาะ (John), สัตว์หนึ่งตัว (a cat), หรือสิ่งของหนึ่งสิ่ง (the sun) การผันกริยาทำได้โดยการเติม -s หรือ -es ที่ท้าย Base Form (V1) ตามกฎการสะกดคำ

ตัวอย่างประโยค:

  • He drinks coffee every morning. (เขาดื่มกาแฟทุกเช้า)
  • She teaches English at my school. (เธอสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนของผม)
  • The earth revolves around the sun. (โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์)

ตารางสรุป Verb Forms ทั้ง 5 รูปแบบ

เพื่อให้เห็นภาพรวมและเปรียบเทียบความแตกต่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองดูตารางสรุปนี้ครับ

Base Form (V1) Past Simple (V2) Past Participle (V3) Present Participle (V4) -s/-es Form (V5)
speak spoke spoken speaking speaks
write wrote written writing writes
study studied studied studying studies
watch watched watched watching watches
put put put putting puts

การฝึกฝนเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวอย่างประโยคและประเภทของคำกริยา จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น สามารถศึกษาต่อได้ที่นี่ครับ

บทสรุปและความสำคัญของ Verb Form

การเรียนรู้เรื่อง Verb Form ไม่ใช่แค่การท่องจำ "กริยา 3 ช่อง" แต่คือการทำความเข้าใจกลไกการทำงานของภาษาอังกฤษ เมื่อนักเรียนเข้าใจว่าทำไมคำกริยาถึงต้องเปลี่ยนรูปและควรจะเปลี่ยนเป็นรูปใดในสถานการณ์ไหน นักเรียนจะสามารถสร้างประโยคที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ สื่อสารได้อย่างชัดเจน และมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้นในทุกทักษะ ไม่ว่าจะเป็นการฟัง พูด อ่าน หรือเขียน

ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับ Verb Form ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ ขอให้หมั่นทบทวนและฝึกฝนใช้บ่อย ๆ แล้วไวยากรณ์ภาษาอังกฤษจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปครับ


ดาวน์โหลด PDF รวมคำกริยายอดนิยม

สำหรับใครที่อยากได้คำกริยา ในรูปแบบไฟล์ PDF สามารถกดที่ปุ่มดาวน์โหลดได้เลย ฟรี ๆ

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: Verb Form คืออะไร สรุปสั้นๆ
ตอบ: Verb Form คือ รูปแบบของคำกริยาที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา (Tense) และประธานของประโยค เพื่อให้สื่อความหมายได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ เช่น go, went, gone, going, goes
ถาม: V2 กับ V3 ใช้ต่างกันอย่างไร?
ตอบ: V2 (Past Simple) ใช้เพื่อเล่าเหตุการณ์ในอดีตที่จบไปแล้ว เช่น I ate an apple. (ฉันกินแอปเปิลไปแล้ว) ส่วน V3 (Past Participle) จะใช้ร่วมกับกริยาช่วยในโครงสร้าง Perfect Tense หรือ Passive Voice เช่น I have eaten. (ฉันกินแล้ว) หรือ The apple was eaten. (แอปเปิลถูกกินไปแล้ว)
ถาม: จำเป็นต้องท่องจำ Irregular Verbs ทั้งหมดหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็นต้องท่องจำทั้งหมดในครั้งเดียวครับ ผมแนะนำให้เริ่มจากการจดจำคำที่พบบ่อยในชีวิตประจำวันก่อน ซึ่งสามารถดูได้จากรายการ 100 Irregular Verbs ที่ใช้บ่อย แล้วค่อย ๆ เพิ่มคลังคำศัพท์ของตัวเองไปเรื่อย ๆ การใช้งานบ่อย ๆ จะช่วยให้จดจำได้เองโดยอัตโนมัติครับ
ถาม: Gerund กับ Present Participle ต่างกันอย่างไร ในเมื่อเติม -ing เหมือนกัน?
ตอบ: แม้จะมีรูปเหมือนกัน แต่ทำหน้าที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ Gerund (V-ing) ทำหน้าที่เป็น "คำนาม" เช่น Reading is fun. (การอ่านคือความสนุก) ในขณะที่ Present Participle (V-ing) ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของ "คำกริยา" เพื่อบอกความต่อเนื่อง เช่น He is reading a book. (เขากำลังอ่านหนังสือ)
ชอบเนื้อหาชุดนี้ กดให้คะแนน 5 ดาวกับเราได้เลยจ้า