ครูสอนภาษาอังกฤษใจดีกำลังชี้ไปที่ตารางกริยา 3 ช่องบนกระดานไวท์บอร์ด มีเด็กนักเรียนชายหญิงยิ้มแย้มตั้งใจฟัง
กริยา 3 ช่อง คืออะไร? ตารางกริยา 3 ช่อง 30 คำพร้อมคำอ่าน คำแปล

สวัสดีครับน้อง ๆ นักเรียน และผู้ที่สนใจเรียนภาษาอังกฤษทุก ๆ ท่าน วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งในการเรียนภาษาอังกฤษ นั่นก็คือ "กริยา 3 ช่อง" ครับ หลายคนอาจจะเคยได้ยินหรือกำลังเริ่มเรียนเรื่องนี้กันอยู่ ไม่ต้องกังวลนะครับ วันนี้ผมจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ พร้อมคำอ่านและตัวอย่าง จะได้นำไปใช้กันได้อย่างถูกต้องครับ

 

คำกริยา (Verb) คืออะไร? และทำไมในภาษาอังกฤษต้องมี 3 ช่อง?

ก่อนอื่นเรามาทบทวนกันหน่อยครับว่า คำกริยา (Verb) คืออะไร คำกริยาก็คือคำที่แสดงการกระทำ อาการ หรือบอกสภาพของประธานในประโยค เช่น กิน เดิน นั่ง นอน วิ่ง เป็นต้นครับ ถ้าไม่มีคำกริยา ประโยคก็จะไม่สมบูรณ์ สื่อความหมายไม่ได้เลยครับ

ทีนี้ ทำไมในภาษาอังกฤษถึงมี "กริยา 3 ช่อง"? นั่นก็เพราะว่าในภาษาอังกฤษ การจะบอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่ (ปัจจุบัน อดีต หรือเกิดขึ้นแล้วเสร็จสมบูรณ์) เขาจะใช้วิธีเปลี่ยนรูปคำกริยาไปเลยครับ ซึ่งแตกต่างจากภาษาไทยที่เราจะใช้คำบอกเวลามาช่วย เช่น "เมื่อวานนี้ฉันกินข้าว" หรือ "พรุ่งนี้ฉันจะกินข้าว" คำว่า "กิน" ยังคงรูปเดิม แต่ในภาษาอังกฤษ คำว่า "eat" (กิน) จะต้องเปลี่ยนรูปไปตามช่วงเวลาครับ นี่แหละครับคือที่มาของกริยา 3 ช่อง

กริยา 3 ช่อง ใช้งานอย่างไร?

กริยา 3 ช่องในภาษาอังกฤษ โดยหลัก ๆ แล้วจะแบ่งการใช้งานตามช่วงเวลาดังนี้ครับ:

  1. กริยาช่องที่ 1 (Present/Base Form): ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เป็นความจริงทั่วไป หรือการกระทำที่เป็นนิสัยครับ เช่น I eat rice every day. (ฉันกินข้าวทุกวัน)
  2. กริยาช่องที่ 2 (Past Simple): ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและจบลงไปแล้วครับ เช่น Yesterday, I ate rice. (เมื่อวานนี้ ฉันกินข้าว)
  3. กริยาช่องที่ 3 (Past Participle): ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปอย่างสมบูรณ์แล้ว (มักใช้ในโครงสร้าง Perfect Tenses ร่วมกับ Verb to have เช่น have, has, had) หรือใช้ในประโยคแบบ Passive Voice (ประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ) ครับ เช่น I have eaten rice. (ฉันกินข้าวแล้ว) หรือ The rice was eaten. (ข้าวถูกกินไปแล้ว)

ตารางกริยา 3 ช่อง 30 คำที่พบบ่อย พร้อมคำอ่านและคำแปล

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ผมได้รวบรวมคำกริยา 3 ช่องที่น้อง ๆ มักจะพบบ่อย ๆ มาให้ดูกันครับ ลองฝึกอ่านและจำกันดูนะครับ

กริยาช่องที่ 1 (Present) คำอ่าน (ช่อง 1) กริยาช่องที่ 2 (Past) คำอ่าน (ช่อง 2) กริยาช่องที่ 3 (Past Participle) คำอ่าน (ช่อง 3) คำแปล
be (is, am, are) บี (อีส, แอม, อาร์) was, were วอซ, เวอร์ been บีน เป็น, อยู่, คือ
become บิคัม became บิเคม become บิคัม กลายเป็น
begin บิกิน began บิแกน begun บิกัน เริ่มต้น
bite ไบทฺ bit บิท bitten บิทเทิน กัด
break เบรค broke โบรค broken โบรเคิน แตก, หัก
bring บริง brought บรอท brought บรอท นำมา, พามา
buy บาย bought บอท bought บอท ซื้อ
come คัม came เคม come คัม มา
do ดู did ดิด done ดัน ทำ
drink ดริงคฺ drank ดแรงคฺ drunk ดรังคฺ ดื่ม
eat อีท ate เอท eaten อีเทิน กิน
find ไฟนดฺ found เฟานดฺ found เฟานดฺ พบ, หาเจอ
fly ฟลาย flew ฟลู flown โฟลน บิน
get เกท got กอท got/gotten กอท/กอทเทิน ได้, ได้รับ
give กิฟวฺ gave เกฟวฺ given กิฟเวิน ให้
go โก went เวนทฺ gone กอน ไป
have แฮฟวฺ had แฮด had แฮด มี
know โน knew นิว known โนน รู้, รู้จัก
make เมค made เมด made เมด ทำ, สร้าง
read รีด read เรด read เรด อ่าน
run รัน ran แรน run รัน วิ่ง
say เซ said เซด said เซด พูด
see ซี saw ซอ seen ซีน เห็น
sing ซิง sang แซง sung ซัง ร้องเพลง
sit ซิท sat แซท sat แซท นั่ง
sleep สลีพ slept สเล็พทฺ slept สเล็พทฺ นอนหลับ
speak สปีค spoke สโปค spoken สโปเคิน พูด
take เทค took ทุค taken เทเคิน เอาไป, พาไป
teach ทีช taught ทอท taught ทอท สอน
write ไรทฺ wrote โรท written ริทเทิน เขียน

นี่เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งนะครับ ยังมีคำกริยาอีกมาก ๆ ที่น้อง ๆ ควรเรียนรู้เพิ่มเติม ซึ่งสามารถค้นหา "ตารางกริยา 3 ช่องมากกว่า 1,000 คำ" ฉบับเต็มกันต่อได้เลยครับ

 

เคล็ดลับการจำกริยา 3 ช่อง

การจำกริยา 3 ช่องอาจจะดูเหมือนเยอะ แต่ผมมีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากครับ:

  • เริ่มจากคำที่ใช้บ่อย: จำคำศัพท์ที่เจอบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน หรือในบทเรียนก่อน
  • จัดกลุ่มคำที่ผันคล้ายกัน: คำกริยาบางกลุ่มมีการเปลี่ยนรูปที่คล้าย ๆ กัน ลองจัดกลุ่มแล้วจำจะช่วยได้ครับ
  • ฝึกใช้จริง: ลองนำคำกริยาที่จำได้ไปแต่งประโยคง่าย ๆ ทั้ง 3 ช่อง จะช่วยให้จำได้แม่นยำขึ้น
  • ทำบัตรคำ (Flashcards): เขียนคำกริยาช่อง 1 ไว้ด้านหน้า และช่อง 2 กับ 3 ไว้ด้านหลัง แล้วสุ่มหยิบมาทายตัวเอง
  • อย่าท้อแท้: การเรียนรู้ต้องใช้เวลา ค่อย ๆ สะสมไปทีละน้อยนะครับ

ผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้อง ๆ เข้าใจเรื่องกริยา 3 ช่องได้ดีขึ้น และสนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้นนะครับ การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะทำให้น้อง ๆ เก่งภาษาอังกฤษได้อย่างแน่นอนครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้านะครับ สวัสดีครับ

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: กริยา 3 ช่อง คืออะไร?
ตอบ: คือ รูปแบบของคำกริยาในภาษาอังกฤษที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของเหตุการณ์ครับ มีช่อง 1 (ปัจจุบัน), ช่อง 2 (อดีต), และช่อง 3 (ใช้กับเหตุการณ์ที่สมบูรณ์แล้วหรือร่วมกับกริยาช่วย) ครับ
ถาม: ทำไมเราต้องเรียนกริยา 3 ช่อง?
ตอบ: เพราะในภาษาอังกฤษ การบอกเวลาของเหตุการณ์ต้องเปลี่ยนรูปคำกริยา ต่างจากภาษาไทยที่เติมคำบอกเวลาครับ การรู้กริยา 3 ช่องจึงสำคัญมากในการพูดและเขียนให้ถูกต้องครับ
ถาม: กริยาช่อง 3 ใช้เมื่อไหร่?
ตอบ: กริยาช่อง 3 มักใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงแล้วอย่างสมบูรณ์ หรือใช้ร่วมกับคำกริยาช่วย (เช่น have, has, had, be) ในโครงสร้างประโยคแบบต่าง ๆ ครับ เช่น Present Perfect Tense หรือ Passive Voice
ถาม: คำกริยาทุกคำต้องผันเป็น 3 ช่องหรือไม่?
ตอบ: คำกริยาในภาษาอังกฤษส่วนใหญ่มีการผันเป็น 3 ช่องครับ แต่จะมีกลุ่มคำกริยาปกติ (Regular Verbs) ที่ช่อง 2 และ 3 จะเติม -ed ส่วนกลุ่มคำกริยาอปกติ (Irregular Verbs) จะมีการเปลี่ยนรูปไปเลย ซึ่งต้องอาศัยการจดจำครับ
ถาม: มีวิธีจำกริยา 3 ช่องง่าย ๆ ไหม?
ตอบ: ลองเริ่มจากคำที่ใช้บ่อย ๆ ฝึกท่องจำและนำไปใช้แต่งประโยคบ่อย ๆ ครับ การทำบัตรคำศัพท์ (flashcards) หรือดูตัวอย่างจากเพลงหรือเรื่องราวภาษาอังกฤษก็ช่วยได้มากครับ นอกจากนี้ การจัดกลุ่มคำที่มีการผันคล้ายกันก็เป็นอีกวิธีที่ดีครับ
ชอบเนื้อหาชุดนี้ กดให้คะแนน 5 ดาวกับเราได้เลยจ้า
จำนวนผู้ให้คะแนน: 2   คะแนนเฉลี่ย: 5.0