คำศัพท์กริยา 3 ช่อง 100 คํา ที่เจอบ่อย ออกสอบเป็นประจำ
กริยา 3 ช่อง 100 คํา (Irregular Verbs) ที่ใช้บ่อย พร้อมคำอ่าน คำแปล

โอเคเลยครับน้อง ๆ! วันนี้ผมจะมาจัดเต็มกับเรื่องที่หลายคนอาจจะปวดหัว แต่สำคัญสุด ๆ ในการเรียนภาษาอังกฤษ นั่นก็คือ "กริยา 3 ช่อง" โดยเฉพาะ "กริยา 3 ช่อง 100 คํา" ที่ใช้บ่อย ๆ เจอบ่อย ๆ ในข้อสอบและในชีวิตประจำวัน ถ้าพร้อมแล้ว ลุยกันเลยครับ!

น้อง ๆ หลายคนเวลาพูดถึง กริยา 3 ช่อง ก็จะนึกถึงคำกริยาที่มันดื้อ ไม่ยอมเติม -ed แบบปกติใช่ไหมล่ะครับ? คำพวกนั้นแหละครับที่เราเรียกว่า กริยาอปกติ หรือ Irregular Verbs ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเจ้าพวกนี้มันไม่มีกฎตายตัวเป๊ะ ๆ ต้องอาศัยการสังเกต การท่องจำ และการนำไปใช้บ่อย ๆ ถึงจะคล่องครับ

แต่ไม่ต้องห่วง! วันนี้ผมทำการรวบรวม "กริยา 3 ช่อง 100 คํา" เด็ด ๆ ที่เจอบ่อย ออกสอบเป็นประจำ มาให้น้อง ๆ ได้ฝึกฝนกันแบบครบถ้วน ทั้งคำอ่าน คำแปล พร้อมเทคนิคช่วยจำ รับรองว่าหมดปัญหากริยา 3 ช่องไม่แม่นแน่นอนครับ!

 

กริยา 3 ช่อง (Irregular Verbs) คืออะไร? ทำไมต้องรู้?

ก่อนจะไปดูลิสต์ กริยา 3 ช่อง 100 คํา ครูเวิร์ดดี้ขออธิบายสั้น ๆ เผื่อน้อง ๆ คนไหนยังงง ๆ อยู่นะครับ

กริยา 3 ช่อง หรือ Irregular Verbs คือ คำกริยาที่เมื่อเปลี่ยนเป็นรูปอดีต (ช่อง 2 - Past Simple) หรือรูปอดีตสมบูรณ์ (ช่อง 3 - Past Participle) มันจะไม่เติม -ed เหมือนกริยาทั่วไป (Regular Verbs) แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปคำไปเลย หรือบางคำก็คงรูปเดิมทั้ง 3 ช่องก็มีครับ

แล้วทำไมต้องรู้?

  • ใช้พูดถึงอดีต: ถ้าจะเล่าว่าเมื่อวานทำอะไร ไปไหนมา ช่อง 2 นี่แหละครับพระเอก
  • ใช้ใน Tenses ต่าง ๆ: โดยเฉพาะ Perfect Tenses (เช่น Present Perfect, Past Perfect) หรือ Passive Voice (ประโยคที่ประธานถูกกระทำ) จะต้องใช้ช่อง 3 เสมอ
  • ข้อสอบออกบ่อยมาก: ไม่ว่าจะเป็น Error Identification, Cloze Test หรือ Reading Comprehension หนีไม่พ้นแน่นอน
  • สื่อสารได้ถูกต้อง: ใช้ถูกช่อง ถูก Tense ก็ทำให้เราสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นธรรมชาติ เหมือนเจ้าของภาษาเลยครับ

เอาล่ะ! เกริ่นมาพอสมควรแล้ว ไปดูตาราง "กริยา 3 ช่อง 100 คํา" ที่ผมได้คัดมาเน้น ๆ กันเลยดีกว่าครับ

รวม กริยา 3 ช่อง 100 คํา ที่ใช้บ่อยที่สุด พร้อมคำอ่าน คำแปล

No. ช่องที่ 1
(Base Form)
ช่องที่ 2
(Past Simple)
ช่องที่ 3
(Past Participle)
คำแปล
1 Be (is, am, are) บี (อีส, แอม, อาร์) Was / Were วอส / เวอ Been บีน เป็น, อยู่, คือ
2 Bear แบร์ Bore บอร์ Born / Borne บอร์น ทน, แบก, ให้กำเนิด
3 Beat บีต Beat บีต Beaten บีททึ่น ตี, เอาชนะ
4 Become บีคั๊ม Became บีเคม Become บีคัม กลายเป็น
5 Begin บิกิ๊น Began บิแก๊น Begun บิกัน เริ่มต้น
6 Bend เบ็นดฺ Bent เบ้นทฺ Bent เบ้นทฺ งอ, โค้ง
7 Bet เบ็ต Bet / Betted เบ็ต / เบ็ตเต็ด Bet / Betted เบ็ต / เบ็ตเต็ด พนัน
8 Bite ไบทฺ Bit บิตทฺ Bitten บิททึ่น กัด
9 Bleed บลีด Bled เบล็ด Bled เบล็ด เลือดออก
10 Blow โบลว Blew บลูว Blown โบลน เป่า, พัด
11 Break เบรกคฺ Broke โบร๊กคฺ Broken โบรกคึ่น แตก, หัก, ทำลาย
12 Bring บริ๊ง Brought บรอตทฺ Brought บรอตทฺ นำมา, พามา
13 Build บิ๊วดฺ Built บิ๊วทฺ Built บิ๊วทฺ สร้าง
14 Buy บาย Bought บ๊อตทฺ Bought บ๊อตทฺ ซื้อ
15 Catch แคตชฺ Caught ค็อตทฺ Caught ค็อตทฺ จับ
16 Choose ชูส Chose โชส Chosen โชสซึ่น เลือก
17 Come คัม Came เคม Come คัม มา
18 Cost คอสต์ Cost คอสต์ Cost คอสต์ มีราคา
19 Cut คัต Cut คัต Cut คัต ตัด
20 Deal ดีล Dealt เดลทฺ Dealt เดลทฺ จัดการ, ติดต่อค้าขาย
21 Dig ดิก Dug ดัก Dug ดัก ขุด
22 Do ดู Did ดิด Done ดัน ทำ
23 Draw ดรอว Drew ดรู Drawn ดรอน วาดรูป, ดึง, ถอน(เงิน)
24 Dream ดรีม Dreamt / Dreamed เดร็มทฺ / ดรีมดฺ Dreamt / Dreamed เดร็มทฺ / ดรีมดฺ ฝัน
25 Drink ดริ๊งคฺ Drank แดรงคฺ Drunk ดรั๊งคฺ ดื่ม
26 Drive ไดรฟฺว Drove โดรฟว Driven ดรีฟฟึ่น ขับรถ
27 Eat อีตทฺ Ate เอตทฺ Eaten อีตทึ่น กิน
28 Fall ฟอล Fell เฟล Fallen ฟอลลึ่น ตก, ล้ม
29 Feed ฟีด Fed เฟ็ด Fed เฟ็ด ให้อาหาร
30 Feel ฟีล Felt เฟลทฺ Felt เฟลทฺ รู้สึก
31 Fight ไฟ๊ทฺ Fought ฟ๊อตทฺ Fought ฟ๊อตทฺ ต่อสู้
32 Find ไฟดฺ Found ฟาวดฺ Found ฟาวดฺ พบ, หาเจอ
33 Fly ฟลาย Flew ฟลูว Flown โฟลน บิน
34 Forbid ฟอร์บิด Forbade ฟอร์เบด Forbidden ฟอร์บิดดึน ห้าม
35 Forget ฟอร์เก็ต Forgot ฟอร์ก๊อต Forgotten ฟอร์ก๊อตทึ่น ลืม
36 Forgive ฟอร์กีฟ Forgave ฟอร์เกฟ Forgiven ฟอร์กีฟฟึ่น ให้อภัย
37 Freeze ฟรีซ Froze โฟรซ Frozen โฟรซซึ่น แช่แข็ง, หยุดนิ่ง
38 Get เก็ต Got ก็อต Got / Gotten ก็อต / ก็อตทึ่น ได้, ได้รับ
39 Give กีฟ Gave เกฟ Given กีฟฟึ่น ให้
40 Go โก Went เว๊นทฺ Gone กอน ไป
41 Grow โกรว Grew กรูว Grown โกรน เติบโต, ปลูก
42 Hang แฮง Hung / Hanged ฮัง / แฮงดฺ Hung / Hanged ฮัง / แฮงดฺ แขวน, (Hanged=แขวนคอ)
43 Have แฮฟว Had แฮด Had แฮด มี
44 Hear เฮีย Heard เฮิร์ด Heard เฮิร์ด ได้ยิน
45 Hide ไฮดฺ Hid ฮิด Hidden ฮิดดึน ซ่อน
46 Hit ฮิต Hit ฮิต Hit ฮิต ตี, ชน
47 Hold โฮลดฺ Held เฮลดฺ Held เฮลดฺ ถือ, จับ, จัด(งาน)
48 Hurt เฮิร์ต Hurt เฮิร์ต Hurt เฮิร์ต ทำให้เจ็บปวด, บาดเจ็บ
49 Keep คีพ Kept เค็พทฺ Kept เค็พทฺ เก็บ, รักษา
50 Know โนว Knew นิว Known โนน รู้, รู้จัก
51 Lay เลย์ Laid เลด Laid เลด วางไข่, วางลง
52 Lead ลีด Led เล็ด Led เล็ด นำ, พาไป
53 Leave ลีฟว Left เล็ฟทฺ Left เล็ฟทฺ ออกจาก, ทิ้งไว้
54 Lend เล็นดฺ Lent เล็นทฺ Lent เล็นทฺ ให้ยืม
55 Let เล็ต Let เล็ต Let เล็ต อนุญาต
56 Lie ลาย Lay เลย์ Lain เลน นอนลง, หมอบ (ระวัง! รูปช่อง 2 เหมือน Lay ช่อง 1)
57 Light ไลทฺ Lit / Lighted ลิต / ไลทฺเต็ด Lit / Lighted ลิต / ไลทฺเต็ด จุดไฟ, ส่องแสง
58 Lose ลูส Lost ลอสต์ Lost ลอสต์ ทำหาย, แพ้
59 Make เมก Made เมด Made เมด ทำ, สร้าง
60 Mean มีน Meant เม็นทฺ Meant เม็นทฺ หมายความว่า
61 Meet มีทฺ Met เม็ท Met เม็ท พบ
62 Pay เพยฺ Paid เพด Paid เพด จ่าย
63 Put พุต Put พุต Put พุต วาง
64 Read รีด Read เรด Read เรด อ่าน (สังเกตคำอ่านช่อง 2,3)
65 Ride ไรดฺ Rode โรด Ridden ริดดึ่น ขี่ (ม้า, จักรยาน)
66 Ring ริง Rang แรง Rung รัง สั่นกระดิ่ง, โทรศัพท์ดัง
67 Rise ไรซ Rose โรส Risen ริซซึ่น ลุกขึ้น, เพิ่มขึ้น, (พระอาทิตย์)ขึ้น
68 Run รัน Ran แรน Run รัน วิ่ง
69 Say เซ Said เซด Said เซด พูด, บอก
70 See ซี Saw ซอว Seen ซีน เห็น
71 Seek ซีก Sought ซอตทฺ Sought ซอตทฺ ค้นหา, แสวงหา
72 Sell เซล Sold โซลดฺ Sold โซลดฺ ขาย
73 Send เซ็นดฺ Sent เซ็นทฺ Sent เซ็นทฺ ส่ง
74 Set เซ็ต Set เซ็ต Set เซ็ต จัดวาง, ตั้งค่า
75 Shake เชก Shook ชุก Shaken เชกคึ่น สั่น, เขย่า
76 Shine ไชนฺ Shone / Shined โชน / ไชนดฺ Shone / Shined โชน / ไชนดฺ ส่องแสง, ขัดให้เงา
77 Shoot ชูต Shot ช็อต Shot ช็อต ยิง
78 Show โชว Showed โชวดฺ Shown / Showed โชน / โชวดฺ แสดง
79 Shrink ชริ้งคฺ Shrank / Shrunk ชแรงคฺ / ชรังคฺ Shrunk / Shrunken ชรังคฺ / ชรังเค่น หดเล็กลง
80 Shut ชัต Shut ชัต Shut ชัต ปิด
81 Sing ซิง Sang แซง Sung ซัง ร้องเพลง
82 Sit ซิต Sat แซต Sat แซต นั่ง
83 Sleep สลีพ Slept สเล็พทฺ Slept สเล็พทฺ นอนหลับ
84 Speak สปีก Spoke สโปก Spoken สโปคคึ่น พูด
85 Spend สเปนดฺ Spent สเปนทฺ Spent สเปนทฺ ใช้จ่าย (เงิน), ใช้ (เวลา)
86 Spread สเปรด Spread สเปรด Spread สเปรด แผ่, กระจาย
87 Stand สแตนดฺ Stood สตูด Stood สตูด ยืน
88 Steal สตีล Stole สโตล Stolen สโตลึ่น ขโมย
89 Stick สติก Stuck สตัก Stuck สตัก ติด, แทง
90 Swim สวิม Swam สแวม Swum สวัม ว่ายน้ำ
91 Take เทค Took ทุก Taken เทคคึ่น เอา, พาไป, หยิบ
92 Teach ทีช Taught ทอท Taught ทอท สอน
93 Tear แทร์ Tore ทอร์ Torn ทอร์น ฉีก
94 Tell เทล Told โทลดฺ Told โทลดฺ บอก
95 Think ธิงคฺ Thought ธอท Thought ธอท คิด
96 Throw โธรว Threw ธรูว Thrown โธรน ขว้าง, โยน
97 Understand อันเดอร์สแตนดฺ Understood อันเดอร์สตูด Understood อันเดอร์สตูด เข้าใจ
98 Wake เวก Woke / Waked โวค / เวกทฺ Woken / Waked โวคคึ่น / เวกทฺ ตื่น, ปลุก
99 Wear แวร์ Wore วอร์ Worn วอร์น สวมใส่
100 Win วิน Won วัน Won วัน ชนะ
Bonus! Write ไรทฺ Wrote โรท Written ริททึ่น เขียน

 

เคล็ดลับ(ไม่ลับ) ท่องจำ กริยา 3 ช่อง 100 คํา ให้ขึ้นใจ!

ครูเวิร์ดดี้เข้าใจว่าการจำคำศัพท์เยอะ ๆ มันไม่ง่ายเลยครับ แต่ก็มีวิธีที่จะช่วยให้น้อง ๆ จำ "กริยา 3 ช่อง 100 คํา" เหล่านี้ได้ดีขึ้นนะครับ:

  1. จัดกลุ่มคำที่มีรูปแบบคล้ายกัน:
    • กลุ่ม A-A-A (รูปเดิมทุกช่อง): เช่น Cut-Cut-Cut, Put-Put-Put, Hit-Hit-Hit, Cost-Cost-Cost, Set-Set-Set, Shut-Shut-Shut, Spread-Spread-Spread.
    • กลุ่ม A-B-A (ช่อง 1 กับ 3 เหมือนกัน): เช่น Come-Came-Come, Become-Became-Become, Run-Ran-Run.
    • กลุ่ม A-B-B (ช่อง 2 กับ 3 เหมือนกัน): เช่น Bring-Brought-Brought, Buy-Bought-Bought, Teach-Taught-Taught, Feel-Felt-Felt, Keep-Kept-Kept, Leave-Left-Left, Lose-Lost-Lost, Sell-Sold-Sold, Tell-Told-Told.
    • กลุ่ม A-B-C (เปลี่ยนรูปทุกช่อง): เช่น Begin-Began-Begun, Drink-Drank-Drunk, Sing-Sang-Sung, Swim-Swam-Swum, Go-Went-Gone, Do-Did-Done, Eat-Ate-Eaten, See-Saw-Seen, Write-Wrote-Written.
  2. ใช้ Flashcards (บัตรคำศัพท์): เขียนช่อง 1 ด้านหน้า และช่อง 2, 3 พร้อมคำแปลด้านหลัง พกติดตัวไว้ทบทวนบ่อย ๆ
  3. ท่องเป็นเพลง หรือ จังหวะ: ลองใส่ทำนองสนุก ๆ เข้าไป จะช่วยให้จำได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
  4. ฝึกแต่งประโยค: ลองนำคำกริยาแต่ละช่องมาแต่งประโยคในชีวิตประจำวัน จะทำให้เห็นภาพและเข้าใจการใช้งานจริง
  5. ทำแบบฝึกหัดเยอะ ๆ: การฝึกทำโจทย์จะช่วยตอกย้ำความจำ และทำให้รู้ว่าเรายังไม่แม่นคำไหน
  6. อ่านเรื่องสั้น นิทาน หรือดูหนังฟังเพลงภาษาอังกฤษ: สังเกตการใช้กริยา 3 ช่องในบริบทต่าง ๆ จะช่วยให้จำได้เป็นธรรมชาติ
  7. ท่องวันละนิดจิตแจ่มใส: ไม่ต้องโหมจำทีเดียวทั้งหมด แบ่งท่องวันละ 5-10 คำ แล้วทบทวนคำเก่า ๆ สม่ำเสมอ

ดาวน์โหลดฟรี! PDF กริยา 3 ช่อง ที่ใช้บ่อย 100 คำ (พร้อมคำอ่าน + คำแปล)

เพื่อให้น้อง ๆ สะดวกในการทบทวน ครูเวิร์ดดี้ได้จัดทำไฟล์ PDF กริยา 3 ช่อง 100 คํา (จริง ๆ มีแถมให้อีกนิดหน่อยด้วยนะ!) พร้อมคำอ่านและคำแปลครบถ้วน ให้น้อง ๆ ดาวน์โหลดไปฝึกท่องกันได้ฟรี ๆ เลยครับ!


เป็นยังไงกันบ้างครับน้อง ๆ สำหรับ "กริยา 3 ช่อง 100 คํา" ที่ครูเวิร์ดดี้เอามาฝากกันในวันนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์และช่วยให้น้อง ๆ เข้าใจเรื่อง Irregular Verbs ได้ดีขึ้นนะครับ อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญคือการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ท่องบ่อย ๆ ใช้บ่อย ๆ แล้วน้อง ๆ จะเก่งภาษาอังกฤษขึ้นอย่างแน่นอนครับ!

ถ้าใครอยากจะค้นหากริยา 3 ช่อง คำอื่น ๆ เพิ่มเติมแบบจัดเต็ม ก็คลิกไปดูที่ลิงก์ได้เลยนะครับ เป็นกำลังใจให้เสมอครับ สู้ ๆ ครับ!

 

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ครูครับ กริยา 3 ช่อง คืออะไรกันแน่?
ตอบ: น้อง ๆ ครับ กริยา 3 ช่อง (Irregular Verbs) ก็คือคำกริยาที่พอเปลี่ยนเป็นรูปอดีต (ช่อง 2) หรือรูปที่ใช้กับ Tense ต่าง ๆ (ช่อง 3 เช่น Present Perfect) มันจะ ไม่เติม -ed แบบปกติ แต่จะ เปลี่ยนรูป ไปเลย หรือบางคำก็หน้าตาเหมือนเดิมทั้ง 3 ช่องเลยครับ อย่าง go (ไป) ก็เป็น went, gone ไม่ใช่ goed ครับ
ถาม: ทำไมผม/หนู ต้องท่อง กริยา 3 ช่อง ตั้ง 100 คํา ด้วยครับ/คะ? มันเยอะมาก!
ตอบ: ผมเข้าใจเลยครับว่ามันดูเยอะ! แต่ 100 คำนี้เป็นคำที่ ใช้บ่อยสุด ๆ ในชีวิตประจำวัน ในข้อสอบครับ ถ้าเราจำได้ จะช่วยให้เราแต่งประโยคภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง พูดถึงเรื่องในอดีตได้คล่อง และเข้าใจแกรมมาร์ยาก ๆ ได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ สำคัญจริง ๆ นะครับ!
ถาม: มีเทคนิคจำ กริยา 3 ช่อง 100 คํา ง่าย ๆ ไหมครับ/คะ?
ตอบ: มีแน่นอนครับ! ลอง จัดกลุ่ม คำที่ผันคล้าย ๆ กันดูครับ (เช่น cut-cut-cut เหมือนกันหมด หรือ buy-bought-bought ที่ช่อง 2 กับ 3 เหมือนกัน) ใช้ บัตรคำ (Flashcards) ช่วยจำ ท่องวันละนิด หรือลอง แต่งประโยค ง่าย ๆ จากคำพวกนี้ดูครับ ทำบ่อย ๆ ฝึกบ่อย ๆ เดี๋ยวก็จำได้เองครับผม
ถาม: กริยาทุกตัวในภาษาอังกฤษต้องผัน 3 ช่องแบบนี้หมดเลยหรือเปล่าครับ/คะ?
ตอบ: ไม่ทุกตัวครับ! กริยาส่วนใหญ่ในภาษาอังกฤษ (เรียกว่า Regular Verbs) แค่เติม -ed ต่อท้ายก็เปลี่ยนเป็นช่อง 2 ช่อง 3 ได้แล้ว (เช่น play - played - played) แต่เจ้า "กริยา 3 ช่อง" หรือ Irregular Verbs เนี่ยแหละครับที่เป็นตัวพิเศษ ที่เราต้องจำการเปลี่ยนรูปของมันโดยเฉพาะ ซึ่ง 100 คำที่ครูให้มานี่คือตัวที่เจอบ่อย ๆ นั่นเองครับ
ถาม: นอกจากท่องจำแล้ว ผม/หนู จะฝึกใช้ กริยา 3 ช่อง พวกนี้ได้จากที่ไหนบ้างครับ/คะ?
ตอบ: เป็นคำถามที่ดีมากครับ! น้อง ๆ ลอง ทำแบบฝึกหัด เกี่ยวกับ Tenses ต่าง ๆ ดูครับ หรือจะลอง อ่านนิทาน เรื่องสั้นภาษาอังกฤษ ดูการ์ตูน หรือหนังที่มีซับอังกฤษ แล้วสังเกตดูว่าเขาใช้คำไหน เมื่อไหร่ หรือจะลอง เขียนไดอารี่ ง่าย ๆ เป็นภาษาอังกฤษเล่าเรื่องที่ทำในแต่ละวันก็ได้ครับ ยิ่งใช้บ่อยยิ่งคล่องครับ!
ชอบเนื้อหาชุดนี้ กดให้คะแนน 5 ดาวกับเราได้เลยจ้า
จำนวนผู้ให้คะแนน: 15   คะแนนเฉลี่ย: 4.1